พกปืนอย่างไร......ไม่ให้ตำรวจจับ ?

ไม่ได้เป็นการชี้โพรงให้กระรอก หรือผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด

แต่เป็นการแนะนำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไปทราบเพื่อเป็นแนวทางในการนำไปใช้ในชีวิตจริง

รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะทราบไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป.......ขอขอบคุณ

 

( สำเนาบันทึกข้อความ )


ส่วนราชการ                                    กรมตำรวจ                       โทร. 2511087
ที่  0503(ส) / 27663                                  วันที่  30   กันยายน   2525
เรื่อง    การปฏิบัติิเกี่ยวกับการตรวจค้นบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะสถาน


 

ผบช. , ผบก. , หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าทุกหน่วยงาน

               ตามบันทึก ตร.ที่ 0501/30476 ลง วันที่ 11 ธันวาคม 2517 กำหนดแนวทางในการปฏิบัติของข้าราชการ ตำรวจ ให้ใช้ดุลพินิจในการตรวจค้น จับกุม ผู้พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะสถานให้เป็นการถูกต้องตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 371 ได้บัญญัติไว้ ต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลง วันที่ 21 ตุลาคม 2519 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ขึ้นอีก ในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในปัจจุบันยังคงมีปัญหา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบบุคคลพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ โดยมีเพียงใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนติดตัว ก็มักจะควบคุมตัวมาดำเนินคดีทุกรายไป ทำให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์ที่ ถูกตรวจค้นและจับกุม เพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง  จึงขอซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติเพิ่มเติม  ดังนี้

              ตามบทบัญญัติ มาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลง วันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3 กำหนดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่กรณีต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

               ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผยหรือไปในที่ชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อ นมัสการ การรื่นเริง การมหรสพหรือการอื่นใด

               ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากฎหมายยังคงเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์นำอาวุธปืนที่ตนมีไว้โดยชอบด้วยกฎหมายแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้พกพานำติดตัวไปเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์สินได้ภายในขอบเขตที่กฎหมายให้กระทำได้ ตามแนวคำชี้ขาดไม่ฟ้องของอธิบดีกรมอัยการเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะสถานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้พกพาจากเจ้าพนักงาน ซึ่งถือว่าโดยสภาพเป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ มีแนวทางพอสรุปได้ดังนี้คือ

               1. ถ้าได้นำอาวุธปืนใส่กระเป๋าเก็บไว้ในช่องเก็บของท้ายรถ ซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ทันทีทันใด
               2. เอาอาวุธปืนใส่กระเป๋าใส่กุญแจแล้ววางไว้ในรถซึ่งไม่สามารถหยิบใช้ได้ทันทีทันใด
               3. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด จำนวนเป็นหมื่นๆ นำติดตัวมาแล้วมีอาวุธปืนได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้วใส่ไว้ในช่องที่เก็บของหนห้ารถยนต์เพื่อป้องกันตัวและทรัพย์
               4. ไปเก็บเงินจากลูกค้าต่างจังหวัด นำอาวุธปืนติดตัวมาด้วย โดยแยกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนออกจากกัน ใส่กระเป๋าเอกสารไว้ที่พนักเบาะหลังรถยนต์
               5. ห่ออาวุธปืน และแหนบบรรจุกระสุน (แม็กกาซีน) แยกออกคนละห่อเก็บไว้ในกระโปรงท้ายรถยนต์ซึ่งใส่กุญแจ

               จึงแจ้งมาเพื่อทราบและแจ้งให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อใช้ดุลพินิจประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องนี้ต่อไป

 

                                                        (ลงชื่อ) พล.ต.ท.ณรงค์    มหานนท์
                                                                              (ณรงค์    มหานนท์ )
                                                                           รอง อ.ตร.ปป.ปรท.อ.ตร.

 

 

           สำเนาถูกต้อง

  พ.ต.อ.ธีรพล   อินทรลิบ                            
         ( ธีรพล   อินทรลิบ )                                                                      
        ผกก.สภ.อ.เมืองแพร่
           28/ พ.ค./ 2550

 

 


 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์โดย © สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่ All Right Reserved. 

by : [email protected] , [email protected]